
เจาะลึก Fluke Vibration Series เลือกเครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนอย่างไร ให้จบปัญหามอเตอร์ในโรงงาน
April 9, 2026
การเลือกซื้อ กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imager) ของ Fluke ให้ตรงกับงานเป็นเรื่องสำคัญมากครับ เพราะราคาของแต่ละรุ่นแตกต่างกันพอสมควร การเลือกผิดทำให้เราได้สเปกที่ไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ หรืออาจเป็นการเสียงบประมาณเกินความจำเป็นโดยใช่เหตุ
บทความนี้ Factory Max จะสรุปความแตกต่างระหว่าง Fluke TiS Series และ Fluke Ti Series ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือก “คู่หู” ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับหน้างานของคุณครับ
เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ
- Fluke TiS Series (Performance Series)
- Fluke Ti Series (Professional Series)
- ตารางสรุปการเลือกใช้งาน (Selection Guide)
เจาะลึก Concept: ต่างกันอย่างไร?
- TiS Series (Performance Series): เน้นความ “รวดเร็ว ทนทาน ใช้งานง่าย” ออกแบบมาสำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น (Troubleshooting) และงานซ่อมบำรุงประจำวัน (Preventive Maintenance)
- Ti Series (Professional Series): เน้นความ “แม่นยำ คมชัด ปรับเปลี่ยนได้” ออกแบบมาสำหรับนักวิเคราะห์มืออาชีพ งานตรวจสอบที่ต้องการความละเอียดสูง หรือหน้างานที่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง
1. Fluke TiS Series (Performance Series)
กลุ่มผู้ใช้งานหลักคือ ช่างไฟฟ้าโรงงาน, ช่างอาคาร และงานซ่อมบำรุงทั่วไป ซีรีส์นี้เป็นรุ่นยอดนิยมเพราะจุดเด่นคือความทนทานและการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน หยิบขึ้นมาถ่ายได้ทันที
- รุ่นเด่นที่แนะนำ:
- TiS20+ / TiS20+ MAX: รุ่นเริ่มต้น ราคาประหยัด เหมาะสำหรับงานตรวจตู้ไฟขนาดเล็ก หรือระบบปรับอากาศ
- TiS55+: รุ่นยอดนิยมระดับกลาง มีระบบปรับโฟกัสแบบ Manual และความละเอียดที่ดีขึ้น
- TiS75+: รุ่นท็อปของซีรีส์ ความละเอียดสูง (384 x 288) ให้ภาพที่คมชัดมากในกลุ่ม Performance
- จุดเด่น: มาพร้อมระบบ IR-Fusion™ (ซ้อนภาพจริงกับภาพความร้อน) และ Asset Tagging ที่ช่วยจัดระเบียบภาพถ่ายเข้า Folder อัตโนมัติ ประหยัดเวลาทำรายงานได้อย่างมาก
2. Fluke Ti Series (Professional Series)
ซีรีส์นี้คือ “มาตรฐานมืออาชีพ” สำหรับวิศวกรวิเคราะห์, ที่ปรึกษาด้านพลังงาน หรือผู้ที่ต้องทำรายงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง
- รุ่นเด่นที่แนะนำ:
- Ti300+: รุ่นเริ่มต้นสายโปร มีระบบโฟกัสอัตโนมัติด้วยเลเซอร์
- Ti401 PRO: ให้ความละเอียดสูงถึง 640 x 480 ในราคาที่จับต้องได้ง่าย
- Ti480 PRO: รุ่นท็อปสุด ความไวในการจับอุณหภูมิ (Sensitivity) สูงมาก เห็นความต่างของอุณหภูมิได้ละเอียดที่สุด
- Killer Feature: ระบบ LaserSharp™ Auto Focus ที่ยิงเลเซอร์วัดระยะจริงแล้วปรับโฟกัสให้อัตโนมัติ (ภาพชัด = ข้อมูลอุณหภูมิที่แม่นยำ) และความสามารถในการเปลี่ยนเลนส์ได้ (Interchangeable Lenses) ทั้งเลนส์ Telephoto และ Wide Angle
ตารางสรุปการเลือกใช้งาน (Selection Guide)
เพื่อให้คุณเลือกได้ง่ายขึ้น เราได้สรุปรุ่นที่เหมาะสมตามลักษณะงานไว้ดังนี้ครับ:
| ลักษณะงาน | แนะนำ Series | รุ่นที่น่าสนใจ | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| ตรวจตู้ MDB, เบรกเกอร์, มอเตอร์ทั่วไป | TiS Series | TiS55+ / TiS75+ | เพียงพอต่อการหาจุดร้อน (Hotspot) ระยะไม่ไกลมาก เน้นความคล่องตัว |
| ตรวจท่อน้ำรั่ว, ฉนวนอาคาร, ระบบแอร์ | TiS Series | TiS20+ / TiS60+ | ไม่ต้องการความละเอียดสูงมาก แต่ต้องการความกว้างของภาพและความง่าย |
| สายส่งไฟฟ้าแรงสูง, หม้อแปลงบนเสา | Ti Series | Ti401 PRO / Ti480 PRO | จำเป็นต้องใช้เลนส์ Telephoto หรือความละเอียดสูงเพราะระยะห่างไกล |
| แผงวงจร PCB, งานวิจัย (R&D) | Ti Series (หรือ TiX) | Ti480 PRO | ต้องการ Macro Lens หรือความละเอียดสูงเพื่อดูชิ้นส่วนขนาดเล็ก |
| ทำรายงาน Service | Ti Series | Ti300+ ขึ้นไป | ภาพที่คมชัดจาก Laser Focus สร้างความน่าเชื่อถือในรายงานได้ดีกว่า |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บทสรุป
สรุปสั้นๆ ให้ตัดสินใจง่ายขึ้น:
- เลือก TiS Series เมื่อคุณเน้นทำงานแบบ “Find & Fix” (เจอแล้วซ่อมเลย) งบประมาณจำกัด และระยะห่างไม่เกิน 3-5 เมตร
- เลือก Ti Series เมื่อคุณเน้นงาน “Analyze & Report” (วิเคราะห์และทำรายงาน) ต้องการความแม่นยำสูงสุด หรือต้องถ่ายในระยะไกล
หากคุณยังมีโจทย์หน้างานที่เฉพาะเจาะจง เช่น ต้องวัดอุณหภูมิที่สูงเป็นพิเศษ หรือต้องถ่ายภาพในพื้นที่จำกัด ไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกสเปกให้ยุ่งยากครับ แค่แวะมาปรึกษาเรา บอกความต้องการของคุณว่าอยากใช้ตรวจเช็คอะไร หรือระยะห่างประมาณกี่เมตร ทีมวิศวกรจาก Factory Max พร้อมจะช่วยคำนวณและแนะนำรุ่นที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดให้คุณทันที พร้อมบริการ Demo เครื่องจริงให้ดูถึงหน้างานครับ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน กล้องถ่ายภาพความร้อน







