
MarConnect: จากเครื่องมือวัดพื้นฐานสู่การวิเคราะห์อัจฉริยะบน ZEISS PiWeb – ปฏิวัติ QC ด้วยข้อมูลไร้สาย
December 18, 2025
เคยไหม? จะซื้อมัลติมิเตอร์คู่ใจสักตัว แต่กลับเลือกไม่ถูกเพราะหน้าตาที่คล้ายกันไปหมด โดยเฉพาะตระกูล Fluke 110 Series หลายคนเจอปัญหาซื้อรุ่นเล็กไปแต่ฟังก์ชันไม่พอใช้ หรือบางคนซื้อรุ่นท็อปมาแต่ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันเฉพาะทางจนรู้สึกไม่คุ้มค่า แถมหน้างานจริงยังต้องเจอกับ “แรงดันผี” (Ghost Voltage) ที่หลอกให้เราอ่านค่าผิดจนเสี่ยงอันตราย
เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ
- ทำความรู้จักสมาชิกในตระกูล Fluke 110 Series
- ตารางเปรียบเทียบฟังก์ชัน (Comparison Chart)
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fluke 110 Series

หากคุณกำลังสับสนว่าระหว่าง Fluke 114, 115, 116 และ 117 รุ่นไหนคือโซลูชันที่แท้จริงสำหรับงานของคุณ บทความนี้ Factory Max สรุปมาให้ครบแล้ว
มาตรฐานที่เหมือนกันของ Fluke 110 Series
ก่อนจะไปดูความแตกต่าง สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้รับจากทุกรุ่นในซีรีส์นี้คือความแม่นยำระดับมาตรฐานโลก:
- ข้อควรรู้: ทุกรุ่นในซีรีส์นี้ (114, 115, 116, 117) เป็นแบบ True-RMS ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถวัดค่ากระแสไฟฟ้าในวงจรที่มีสัญญาณรบกวน (Non-linear loads) ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าสภาพหน้างานจะเป็นอย่างไร
- Backlight: มีไฟหน้าจอขนาดใหญ่ ช่วยให้ทำงานในที่มืดหรือมุมอับสายตาได้อย่างสะดวก
ทำความรู้จักสมาชิกในตระกูล Fluke 110 Series
1. Fluke 117: “The Electrician’s Multimeter” (สำหรับช่างไฟอาคาร/โรงงาน)
นี่คือรุ่นท็อปและยอดนิยมที่สุด ออกแบบมาเพื่อช่างไฟฟ้าโดยเฉพาะ

จุดเด่น Fluke 117 :
- มีเทคโนโลยี VoltAlert™ ตรวจจับแรงดันไฟฟ้าแบบไม่สัมผัสในตัวเครื่อง ช่วยให้เช็กไฟได้รวดเร็วและปลอดภัย
- มาพร้อมโหมด Auto-V / LoZ ช่วยลดค่าความต้านทานเพื่อป้องกันการอ่านค่าผิดพลาดจาก “แรงดันผี” (Ghost Voltage)
เหมาะกับใคร: ช่างไฟฟ้าอาคาร, ช่างซ่อมบำรุงในโรงงาน และงานในอาคารพาณิชย์
2. Fluke 116: “The HVAC Multimeter” (สำหรับช่างแอร์/ระบบความเย็น)
ถ้างานหลักของคุณคือระบบปรับอากาศหรือระบบทำความร้อน รุ่นนี้คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด

จุดเด่น Fluke 116 :
- มีฟังก์ชัน วัดอุณหภูมิ (Temperature) มาให้ในตัว พร้อมอุปกรณ์เทอร์โมคัปเปิลในชุด
- สามารถวัดกระแสระดับ Microamps (uA) ได้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการตรวจสอบ Flame Sensors ในระบบทำความร้อน
เหมาะกับใคร: ช่างแอร์ (HVAC), ช่างซ่อมตู้แช่ และช่างซ่อมเครื่องทำความร้อน
3. Fluke 115: “The Field Service Multimeter” (สำหรับช่างอเนกประสงค์)
รุ่น “All-around” ที่เน้นการวัดพื้นฐานครบถ้วน ตัดฟังก์ชันเฉพาะทางออกเพื่อความคล่องตัว

จุดเด่น Fluke 115 :
- มีฟังก์ชัน LoZ เหมือนรุ่นพี่อย่าง 117 ช่วยป้องกันการวิเคราะห์ปัญหาผิดพลาดจาก Ghost Voltage
- เน้นความคุ้มค่า ให้ค่าการวัดมาตรฐานที่แม่นยำในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น 116 และ 117
เหมาะกับใคร: ช่างซ่อมบำรุงทั่วไป, ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และงานบริการภาคสนาม
4. Fluke 114: “The Electrical Troubleshooter” (สำหรับงานตรวจสอบพื้นฐาน)
รุ่นเล็กที่สุดในซีรีส์ เน้นความกะทัดรัดและการใช้งานแบบ Go/No-Go testing

จุดเด่น Fluke 114 :
- มีฟังก์ชัน LoZ เหมือนรุ่นพี่อย่าง 117 ช่วยป้องกันการวิเคราะห์ปัญหาผิดพลาดจาก Ghost Voltage
ข้อจำกัดสำคัญ: รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเช็กแรงดันและความต่อเนื่องเท่านั้น จึงไม่สามารถวัดกระแส (Amps) ได้
เหมาะกับใคร: งานตรวจสอบระบบไฟฟ้าเบื้องต้นที่เน้นดูว่า “มีไฟ หรือ ไม่มีไฟ” โดยไม่จำเป็นต้องวัดปริมาณกระแส
ตารางเปรียบเทียบฟังก์ชัน (Comparison Chart)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์หลักครับ:
| ฟีเจอร์ (Feature) | Fluke 114 | Fluke 115 | Fluke 116 (HVAC) | Fluke 117 (Electrician) |
|---|---|---|---|---|
| True-RMS | ✅ | ✅ | ✅ | ✅ |
| วัดกระแส (Amps AC/DC) | ❌ | ✅ | ❌ (วัดได้เฉพาะ uA) |
✅ |
| Microamps (uA) | ❌ | ❌ | ✅ (สำหรับ HVAC) |
❌ |
| วัดอุณหภูมิ (Temperature) | ❌ | ❌ | ✅ | ❌ |
| VoltAlert™ (Non-contact) | ❌ | ❌ | ❌ | ✅ |
| LoZ (ป้องกัน Ghost Voltage) | ✅ | ❌ | ✅ | ✅ |
| Backlight (ไฟหน้าจอ) | ✅ | ✅ | ✅ | ✅ |

สรุปแล้วคุณควรเลือกรุ่นไหน?
เพื่อให้การตัดสินใจของคุณง่ายที่สุด Factory Max ขอสรุปแนวทางการเลือกดังนี้ครับ:
- เลือก Fluke 117: หากคุณคือ “ช่างไฟมืออาชีพ” ที่เน้นงานระบบไฟอาคาร ตู้คอนโทรล หรือโรงงาน ฟีเจอร์ VoltAlert และ LoZ จะช่วยชีวิตและทำให้งานของคุณง่ายขึ้นมาก
- เลือก Fluke 116: หากคุณคือ “ช่างแอร์” หรือผู้เชี่ยวชาญระบบ HVAC เพราะคุณจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันวัดอุณหภูมิและวัดเซ็นเซอร์ (uA) ซึ่งรุ่นอื่นในซีรีส์นี้ไม่มีให้
- เลือก Fluke 115: หากคุณคือ “ช่างซ่อมบำรุงหรือช่างอิเล็กทรอนิกส์” ที่ต้องการมิเตอร์อเนกประสงค์มาตรฐานสากล วัดได้ครบทั้ง Volt และ Amp
- เลือก Fluke 114: หากคุณต้องการเครื่องมือแค่ไว้ “เช็กไฟ” (Troubleshooting) ว่าไฟมาปกติหรือไม่ ในราคาที่ประหยัดที่สุด โดยไม่สนใจค่ากระแสไฟฟ้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fluke 110 Series
Q: ทำไมช่างไฟอาคารควรเลือก Fluke 117 มากกว่า 115?
- เพราะ Fluke 117 มีฟังก์ชัน VoltAlert™ (เช็กไฟโดยไม่สัมผัส) และ LoZ (ป้องกันแรงดันผี) ซึ่งเป็นฟังก์ชันด้านความปลอดภัยที่ช่างไฟอาคารจำเป็นต้องใช้มากกว่างานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
Q: แรงดันผี (Ghost Voltage) คืออะไร และทำไมต้องมี LoZ?
- แรงดันผีเกิดจากการเหนี่ยวนำในสายไฟที่อยู่ใกล้กัน ฟังก์ชัน LoZ จะช่วยดึงแรงดันหลอกเหล่านี้ออกไป ทำให้คุณรู้แน่ชัดว่าสายไฟนั้นมีกระแสไฟจริงหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

บทสรุป
การเลือกมัลติมิเตอร์ในตระกูล Fluke 110 Series ให้ตรงกับประเภทงาน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังหมายถึงความปลอดภัยสูงสุดในทุกหน้างานครับ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนจะตอบโจทย์หน้างานของคุณมากที่สุด? ปรึกษาทีมวิศวกรจาก Factory Max เรายินดีให้คำแนะนำและช่วยเลือกเครื่องมือที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ







